วันนี้ (1 เม.ย. 62) ที่ห้องประชุม 2 อาคาร SME ภายในศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาชน นักวิชาการ สถาบันการศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเสนอแนะข้อคิดเห็น และแนวทางบูรณาการเพื่อดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรหลักในการวางแผนขับเคลื่อนและร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงของหมอกควันจังหวัดเชียงใหม่ แม้เชียงใหม่ประกาศห้ามเผามาตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเผาโดยมนุษย์ 100% จากการหาของป่า เห็ดถอบ ผักหวาน และการปลูกข้าวโพด จึงมีการลักลอบเผาป่าจำนวนมาก รวมทั้งจากนอกประเทศที่เกิดจุดความร้อนเป็นจำนวนมาก ทำให้มีฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน จนทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเป็นวงกว้าง ซึ่งในปีนี้เกิดผลกระทบจากสภาวะเอลนิโย ทำให้มีอากาศแล้งเป็นเวลานาน เมื่อเกิดการเผาไฟจึงลุกลามมากกว่าเดิม ในส่วนของการบริหารจัดการในระบบ Single Command โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้สั่งการไปยังอำเภอและท้องถิ่น ให้ใช้มาตรการที่ได้วางแนวทางการปฏิบัติไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้ทำหน้าที่กันอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ต้องยอมรับว่ามาตรการยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งทำแนวทางทั้งแบบระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งระยะเร่งด่วนที่ต้องทำทันที คือ การไม่ปล่อยให้ใครก็ตามเผาให้เกิดควันพิษอย่างเด็ดขาด รวมทั้งร่วมกับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเครือข่ายเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเฝ้าระวังดูแลพื้นที่ โดยได้เปิดสายด่วน 1362 แจ้งเหตุจับกุมผู้กระทำผิด พร้อมกับการสร้างความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบจากมลพิษ ปลูกฝังค่านิยมมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อชีวิตคนอื่น นอกจากนี้ยังต้องนำองค์ความรู้ทั้งจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนไปปฏิบัติจริง โดยเปลี่ยนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด มาทำเกษตรผสมผสานร่วมกับการจัดการน้ำ ตามศาสตร์ของพระราชาฯ ช่วยปลูกป่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการบุกรุกพื้นที่ป่า ซึ่งจะเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและช่วยลดมลพิษไปในตัวอีกด้วย

ขณะเดียวกันมาตรการการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทางก็สำคัญ ถ้าพบผู้กระทำผิดให้ลงโทษอย่างหนัก ไม่ให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ในกรณีเกิดควันพิษอย่างรุนแรง ให้ประกาศพื้นที่เกิดภัยพิบัติ และแจ้งแนวทางการป้องกันตัวเองให้ประชาชนทราบ เช่น งดกิจกรรมกลางแจ้ง การใส่หน้ากาก N95 อยู่ในอาคารบ้านเรือนที่ปิดหน้าต่างประตู เปิดแอร์ใช้เครื่องฟอกอากาศ สถานศึกษาให้งดการเรียนการสอน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและสนับสนุนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืนนั้น จะต้องบูรณาการทำงานกันอย่างต่อเนื่อง และวางมาตรการที่เหมาะสมกับในแต่ละพื้นที่ และตรงกับความต้องการของประชาชน ซึ่งปัญหาหมอกควันไฟป่าเป็นเรื่องจะต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วนทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ โดยเตรียมเสนอแนวทางให้กับนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาติดตามปัญหาหมอกควันไฟป่าในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดภาคเหนือ หวังผลักดันให้ประเทศเห็นความสำคัญของปัญหาหมอกควันอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับไปสู่ประเทศสมาชิกอาเซียนที่อยู่รอบข้างประเทศไทย ให้ช่วยควบคุมการเผาในประเทศของตนเองต่อไป


*********

ที่มา:
อภิชาติ เฮงพลอย / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
1 เมษายน 2562



Image may contain: 5 people, people sitting and indoor