เชียงใหม่และภาคเหนือเจอวิกฤติหมอกควันฝุ่นละอองหนักที่สุดในรอบ 5 ปี พบจุดฮอตสปอตแดงเถือกนับพันจุดทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านยังเผาป่าปล่อยควันโชยเข้าไทย

(31 มี.ค.) สถานการณ์หมอกควันพื้นที่ภาคเหนือ รวมทั้งจังหวัดเชียงใหม่ ยังเข้าขั้นวิกฤติหนักที่สุดในรอบ 5 ปี โดยในช่วงเช้านี้ยังพบว่ามีหมอกควันหนาทึบปกคลุมตัวเมืองเชียงใหม่ และอำเภอรอบๆ มีรายงานข้อมูลจากดาวเทียมพบว่า จุดฮอทสปอต หรือ จุดความร้อนจากการเผาและไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือถึง 1,151 จุด

โดยหนักสุดอยู่ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบกว่า 400 จุด รองลงมาเป็นจังหวัดเชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง และน่าน ตามลำดับ แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ บริเวณประเทศเมียนมา ที่อยู่โดยรอบจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงรายนั้น มีจุดฮอตสปอตเพิ่มขึ้นมีมากกว่าไทยหลายเท่าตัว ทำให้กลายเป็นภาพจุดแดงเถือกไปทั้งพื้นที่

จุดฮอตสปอตเหล่านี้เป็นอีกสาเหตุหลัก นอกจากไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือเองที่หลายภาคส่วนต่างก็ระดมกำลังเข้าดับไฟอย่างต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน แต่กลับพบว่าในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านมีการเผาป่าอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้กลุ่มควันไฟทะลักเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือของไทย

ขณะที่รายงานค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีอานุภาคต่ำกว่า 2.5 ไมครอน ก็มีหลายหน่วยงานที่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยเช้าวันนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อเวลา 07.0o น. ค่ามลพิษจากฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีอนุภาคต่ำกว่า 2.5 ไมครอน หรือค่า PM 2.5 มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ ต.ช้างเผือก อ.เมือง วัดได้ 192 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่ ต.ศรีภูมิ อ.เมือง วัดได้ 182 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ส่วนข้อมูลของเว็บไซต์ AirVisual ซึ่งเป็นเวปไซด์วัดคุณภาพอากาศของทั่วโลก พบว่าจากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่าค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 09.00 น. ค่ามลพิษในอากาศของจังหวัดเชียงใหม่พุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของโลกอยู่ในระดับผลกระทบหนักที่สุดกับร่างกายมนุษย์ ซึ่งดัชนีคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ วัดได้ 237 US AQI

ขณะเดียวกันข้อมูลของ CMU CCDC หรือ ศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (Climate Change Data Center Chiang Mai University) ซึ่งรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากทั่งประเทศพบว่า ที่เชียงใหม่เช้านี้ ในตัวเมือง ณ สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ต.ศรีภูมิ อำเภอเมือง วัดค่า PM 2.5 ได้ 327 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเช้าวันนี้ของจังหวัดเชียงใหม่สูงสุดที่ โรงพยาบาลเวียงแหง อ.เวียงแหง วัดได้ถึง 542 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือในช่วงวันที่ 31 มีนาคม ถึงวันที่ 3 เมษายน กำลังจะมีมวลอากาศเย็นจากจีนลงมาปะทะกับหย่อมความกดอากาศต่ำ เนื่องจากความร้อน ซึ่งในช่วงดังกล่าวจะทำให้เกิดพายุฤดูร้อน ในลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และพายุลูกเห็บได้ในพื้นที่ อาจจะทำให้สถานการณ์วิกฤติหมอกควันทางภาคเหนือจะได้บรรเทาลงได้บ้าง










ที่มา: https://www.sanook.com/