ธปท.เหนือ เผย ไตรมาสแรกปี้นี้ศก.ชะลอตัว ชี้หมอกควันฉุดการท่องเที่ยว

11 พ.ค. 2566

ธปท.เหนือ เผย ไตรมาสแรกปี้นี้ศก.ชะลอตัว ชี้หมอกควันฉุดการท่องเที่ยว

วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ นางพรวิภา ตั้งเจริญมั่นคง ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคเหนือ แถลงถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ผ่านมาพบว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและบริโภคที่ชะลอตัวลงจากสถานการณ์หมอกควัน แต่อย่างไรก็ตามภาพรวมยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว โดยมีรายได้จากภาคเกษตรขยายตัวดี เพราะผลผลิตข้าวและมันสำปะหลัง มีราคาจำหน่ายดี โดยเฉพาะอ้อยโรงงาน ขณะที่ผลผลิตอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น ทั้งนม ข้าวโพดหวานที่มีการส่งออกดีขึ้นตามลำดับ

ตลอดจนการผลิตเพื่อส่งออกสินค้าในหมวดอาหารและชิ้นส่วนยานยนต์ โดยมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แห่งใหม่มีผลผลิตเพิ่มขึ้น ยกเว้นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่หดตัวลดลง เนื่องจากการยกเลิก Work From Home ส่วนตลาดแรงงานก็ปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐก็เริ่มกลับมาขยายตัว ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีการปรับลดลงจากไตรมาสก่อน จากหมวดอาหารสดและหมวดพลังงาน โดยในส่วนของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานก็มีการปรับลดลงเช่นเดียวกัน

นางพรวิภา กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง เพราะปัญหาหมอกควันที่มปีนี้มาเร็ว นาน และหนักกว่า 1-2 ปีที่ผ่านมา และเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังปรับตัวดีขึ้น แม้จะยังไม่เท่ากับช่วงก่อนโควิด-19 ที่มีเที่ยวบินมาเกิน 100 เที่ยวบินต่อวัน ถือว่ากลับมา 40% ของปีปกติ เรียกว่าขยายตัวโตขึ้นเรื่อยๆ แม้ตลาดต่างประเทศยังกลับมาไม่มาก โดยมีอัตราเข้าพัก 68% ในไตรมาสที่ 4 ปีก่อน และ 67.5% ในไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ เนื่องจากภาคเหนืออิงนักท่องเที่ยวไทยโดยก่อนโควิด-19 โต 85% และขยับเป็น 95% ในช่วงโควิด-19 แต่เชื่อว่าไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้ามาในลักษณะกลุ่มใหญ่มากขึ้น

สำหรับแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจและการเงินในช่วงไตรมาส 2 ปี 2566 นางพรวิภา กล่าวว่า คาดการณ์ว่าในส่วนของภาคเหนือจะยังคงอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อไป ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประกอบกับตลาดแรงงานที่ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และรายได้เกษตรกรขยายตัวได้ดี แม้อยู่ในภาวะค่าครองชีพที่ยังสูง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมคาดว่าจะขยายตัวจากอุตสาหกรรมอาหาร แต่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยจะฟื้นตัวช้าตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

“ในช่วงไตรมาส 2 นี้ ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและต้นทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งอุปสงค์จากต่างประเทศที่อาจชะลอตัวมากกว่าการคาดการณ์ และค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้า ทั้งยังมีความเสี่ยงจากภาวะแล้งที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันราคาน้ำมันและพลังงานยังคงสูงจากภาวะสงคราม ทำให้ต้นทุนสูง ประชาชนและนักท่องเที่ยวในกลุ่มยุโรปมีการประหยัดค่าใช้จ่าย ท่องเที่ยวน้อยลงไปด้วย”

นางพรวิภา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นหน้าตาของรัฐบาลใหม่ ในแง่ของงบประมาณก็ยังดำเนินการไปตามปกติ ทั้งงบประจำและงบผูกพัน รวมทั้งโครงการที่อนุมัติไปแล้ว ส่วนงบประมาณในปี 2567 ที่จะเริ่มใช้ในเดือนตลุาคมก็คงดำเนินการได้เพราะมีกฎหมายให้ใช้งบประมาณได้ก่อนที่จะมีการฟอร์มรัฐบาล ต้องรอดูรัฐบาลใหม่ว่าจะอัดฉีดเพิ่มหรือไม่อย่างไร


CCDC : Climate Change Data Center