หมอกควันไร้ปัญหาเมื่อสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่ถูกต้อง 

โดย อ.ดร.ว่าน วิริยา ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 


ในช่วงสิบปีที่ผ่านมาปัญหาไฟป่าและหมอกควันดูคล้ายจะเป็นปัญหาสำคัญลำดับต้นๆ ของจังหวัดภาคเหนือ ปัญหาการ ปกคลุมของหมอกควันได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม ตลอดจนการทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อลดปริมาณการเกิดปัญหาหมอกควัน แต่ทว่าเมื่อปัญหาหมอกควันได้เกิดขึ้นแล้วก็ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันและมีผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ เป็นต้น 


ดังนั้นจึงต้องมีวิธีป้องกันตนเองเบื้องต้นเมื่อมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมภายนอกอาคาร วิธีที่ทำได้ง่ายคือการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก 


เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2561 อ.ดร.ว่าน วิริยา ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Data Center: CCDC) จัดทำวีดีโอสาธิตวิธีการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นควันอย่างถูกวิธี อธิบายมาตรฐานของหน้ากากป้องกันฝุ่นชนิดต่างๆ และสาธิตวิธีการทดสอบการสวมหน้ากากอย่างถูกวิธีโดยอาศัยหลักการ Fit test มาตรฐานของหน้ากากอนามัยนั้นมีอยู่หลากหลาย มาตรฐานที่นิยมใช้กันคือมาตรฐานจากสหรัฐอเมริกาแบ่งเป็น N80 N95 N99 N100 โดยที่ N95 เป็นที่นิยมใช้ที่สุด ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่าสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.3 ไมโครเมตร ได้ถึง 95% เป็นต้น 


นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานจากยุโรปที่จะใช้รหัส EN143 (P1,P2,P3) หรือ EN149 (FFP1 , FFP2 , FFP3 สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.6 ไมโครเมตรได้ประมาณ 80%, 95%และ 100% ตามลำดับ) เป็นต้น 


ดังนั้นการเลือกใช้หน้ากากที่เหมาะสมจะสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งนี้หากต้องการป้องกันฝุ่นขนาด PM2.5 ควรเลือกใช้หน้ากากมาตรฐาน N95 และ FFP2 เป็นต้นไป 


ข้อแนะนำการเลือกใช้ผ้าชุบน้ำและหน้ากากอนามัยที่ใช้ป้องกันการแพร่เชื้อโรคนั้นไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อ้างอิงจากผลการทดสอบโดยวิธี Fit test 


นอกจากนี้ อ.ดร.ว่าน วิริยาได้สาธิตวิธีการสวมหน้ากากอย่างถูกวิธีดังนี้ เริ่มจากการขยับสายคาดศีรษะให้ยืดออกเพื่อสวมใส่ได้พอดีกับศีรษะ ไม่ควรล้วงหรือสัมผัสบริเวณด้านในของหน้ากากป้องกันฝุ่นและผู้ที่สวมแว่นตาให้ถอดออกก่อน จากนั้นสวมหน้ากากประกบบนใบหน้าดึงสายคาดศีรษะไปยังบริเวณท้ายทอยและสายคาดอีกเส้นหนึ่งดึงไปบริเวณบนใบหูดึงหน้ากากป้องกันฝุ่นให้คลุมคาง ใช้นิ้วชี้กดบริเวณเหล็กที่สันจมูกแล้วกดให้แนบกับใบหน้า

ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น


วิธี Fit test จะถูกนำมาทดสอบการสวมหน้ากากอย่างมีประสิทธิภาพ เบื้องต้นเมื่อสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นเรียบร้อยแล้วใช้มือสองข้างป้องบริเวณขอบด้านข้างของหน้ากากจากนั้นเป่าลม การสวมหน้ากากที่ถูกต้องจะต้องไม่มีลมรั่วออกมาด้านข้าง จากนั้นเตรียมอุปกรณ์ชุดทดสอบ Fit test (มาตรฐาน NIOSH ; N95) ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ 2 ชนิดคือ หมวก และน้ำยาทดสอบ (แบบรสขมกับแบบรสหวาน) 


วิธีการทดสอบคือพ่นน้ำยาทดสอบเข้าไปในหมวกที่ผู้ใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นสวมอยู่ หายใจในทิศทางหน้าตรง หันข้าง และก้มลงทิศทางละ 10 ครั้ง หากรู้สึกว่ามีรสหวานหรือรสขมเกิดขึ้นภายในปากนั่นแสดงว่าหน้ากากที่สวมใส่ยังไม่สามารถป้องกันอนุภาคขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอนุภาครสหวานสามารถผ่านเข้ามาสัมผัสกับต่อมรับรสบนลิ้นของผู้ทดสอบได้  


ผลการทดสอบพบว่า หน้ากากที่สามารถป้องกันอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือหน้ากากป้องกันฝุ่นที่ได้มาตรฐาน N95 และ FFP2 เป็นต้นไป


รายงานโดย

นางสาวศศิวิมล ซุ้นสวัสดิ์

ศูนย์วิจัยเพื่อความเป็นเลิศเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ-

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่