การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ การพ่นหมอกควัน พ่นฝอยละออง และพ่นฝอยละอองติดรถยนต์ ในการควบคุมยุงลายบ้าน Aedes aegypti Linnaeus ( 1762 ) ในเขตเทศบาลนครสงขลา

Abstract

การศึกษาถึงประสิทธิภาพของการพ่นสารเคมี เพื่อควบคุมยุงลายบ้าน Aedes aegypti) ตัวเต็มวัย มีการพ่น3 แบบ คือ การพ่นแบบหมอกควัน การพ่นแบบฝอยละออง (ULV) และการพ่นแบบฝอยละอองติดรถยนต์ ในเขตเทศบาลเมืองนครสงขลา โดยได้ทําการคัดเลือก 7 ชุมชน คือ ชุมชนหลังวัดอุทัย(ชุมชนเตาอิฐ) มีบ้าน 1,137 หลังคาเรือน ประชากร 3,970 คนเป็น พื้นที่ที่ทําการพ่นสารเคมีแบบหมอกควัน ชุมชนหลังวัดสระเกษ มีบ้าน 660 หลังคาเรือน ประชากร 806 คน เป็นพื้นที่ที่ทําการพ่นสารเคมีแบบฝอยละออง (ULV) และชุมชนบ่อนวัวเก่ามี บ้าน 660 หลังคาเรือน ประชากร 1,260 คน เป็นพื้นที่ที่ทําการพ่นสารเคมีแบบฝอยละอองติด รถยนต์ โดยทั้ง3 ชุมชนนี้แบ่ง พื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ทําการพ่น 1 ครั้ง ส่วนที่ 2 ทําการ พ่น 2 ครั้ง หลังจากได้ทําการพ่นคงแรกแล้ว 2 สัปดาห์ ศึกษาความหนาแน่นของยุงลายบ้าน Aedes aegypti) อย่างต่อเนื่องกันทุกสัปดาห์ติดต่อกัน9 สัปดาห์ ก่อนดําเนินการศึกษาได้ดําเนินการสํารวจหาความหนาแน่นดัชนีลูกน้ํายุงลาย พบว่าในชุมชนเดียวกัน พื้นที่ที่มีการพ่นสารเคมี 1 ครั้ง และ 2 ครั้ง มีค่าดัชนีของลูกน้ํายุงลายHI (House Index ) ที่ใกล้เคียงกัน คือในพื้นที่พ่นสารเคมีแบบหมอกควันในพื้นที่ที่พ่น ครั้งและ พ่น 2 ครั้ง มีค่าHI เท่ากับ 33.33 และ 29.167 พื้นที่ที่พ่นสารเคมีแบบฝอยละออง(ULV)ในพื้นที่ที่พ่น 1 ครั้งและพ่น 2 ครั้ง มีค่าHI เท่ากับ 14.773 และ 15.278 ส่วนพื้นที่ที่พ่นสารเคมีแบบฝอยละอองติด รถยนต์ในพื้นที่ที่พ่น 1 ครั้งและพ่น 2 ครั้ง มีค่าHI เท่ากับ 22,917 และ 25.00 ในการศึกษาได้ทําการจับยุงลายบ้านรวมทั้งสิ้น,263 ตัว แยกเป็นตัวเมีย 939 ตัว และตัวผู้ 324 ตัว เมื่อนํายุงลายบ้านมาผ่าพบว่า ในพื้นที่ที่พ่นสารเคมี1 ครั้งมีอัตราของparous rate ที่สูง (92.647-96.875%) ส่วนในพื้นที่ที่พ่นสารเคมี 2 ครั้ง ก่อนและหลังการพ่นครั้งนี้ มีอัตราค่า parous rate เท่ากับ 65% และ 83.33% การศึกษาเปรียบเทียบการพ่นสารเคมี 1 ครั้ง และ 2 ครั้ง โดยการใช้สารเคมี Deltamethrin 0.5% w/vในพื้นที่ที่พ่นสารเคมีแบบหมอกควัน ความหนาแน่นของยุงลายบ้านก่อน และหลังการพ่นเคมีครั้งที่1 มีอัตราการเข้ากัด( Biting rate ) เท่ากับ 4.875 และ 3.375 เป็น 3.375 และ 2.625 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง โดยมีการลดลง30.77% และ 22.22% ตามลําดับ หลังจากนั้น สัปดาห์ได้ทําการพ่นสารเคมีครั้งที่ 2 พบว่าอัตราการเข้ากัดของยุงลายบ้าน ก่อนและหลังพ่นจาก 3.375 เป็น 2.625 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง โดยมีการลดลง22.22% หลังจากนั้นพบว่าตราการเข้ากัด ของยุงลายบ้านเฉลี่ยเท่ากับ3.12540.624 และ 2.375 -0.282 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ซึ่งมีความแตกต่าง กัน การพ่นสารเคมีแบบหมอกควันจํานวน2 ครั้งช่วยลดความหนาแน่นของยุงลายบ้านในพื้นที่ได้ พื้นที่ที่พ่นสารเคมีแบบฝอยละออง(ULV) ความหนาแน่นของยุงลายบ้านก่อนเละหลังการพ่นครั้งที่ 1 มีอัตราการเข้ากัดเท่ากับ2.625 และ 1.5 เป็น 0.375 และ 0.75 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง โดยมีการ ลดลง 85.71% และ 50.00% ตามลําดับ หลังจากนั้น2 สัปดาห์ได้ทําการพ่นสารเคมีครั้งที่2 พบว่า อัตราการเข้ากัดของยุงลายบ้านก่อนและหลังการพ่นครั้งที่2 จาก 1.125 เป็น 0.75 ตัวต่อคนต่อ ชั่วโมง โดยมีการลดลง33.33% หลังจากนั้นพบว่าอัตราการเข้ากัดของยุงลายบ้านเฉลี่ยเท่ากับ 1.594 +0.54 และ 0.969 +0.141 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ซึ่งมีความแตกต่างกันเช่นกัน การพ่น เคมีแบบฝอยละออง(ULV) จํานวน 2 ครั้งในพื้นที่สามารถลดความหนาแน่นของยุงลายบ้านได้ ส่วนพื้นที่ที่พ่นสารเคมีแบบฝอยละอองติดรถยนต์ ความหนาแน่นของยุงลายบ้านก่อนและหลัง การพ่นครั้งที่ 1 มีอัตราการเข้ากัดเท่ากับ9.00 และ 6.00 เป็น 9.375 และ 6.75 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง โดยมีการเพิ่มขึ้น4.17% และ 12.5% ตามลําดับ หลังจากนั้ 12 สัปดาห์ได้ทําการพ่นสารเคมีครั้งที่ พบว่าอัตราการเข้ากัดของยุงลายบ้านก่อนและหลังการพ่นครั้งนี้ จาก 4.125 เป็น 4.125 ตัวต่อคน ต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นค่าที่ไม่เปลี่ยนแปลงและอัตราการเข้ากัดของยุงลายบ้านเฉลี่ยเท่ากับ 5.688 + 1.633 และ 4.219 + 1.340 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ซึ่งมีความแตกต่างเช่นกัน การพ่นสารเคมีแบบ ฝอยละอองติดรถยนต์ จํานวน2 ครั้งไม่สามารถลดความหนาแน่นของยุงลายบ้านได้ การเปรียบเทียบความหนาแน่นของยุงลายบ้านในพื้นที่พ่นสารเคมีแบบหมอกควัน พ่น สารเคมีแบบฝอยละออง(ULV) และพ่นสารเคมีแบบฝอยละอองติดรถยนต์ โดยการพ่น 1 ครั้ง พบว่าก่อนการพ่นและหลังการพ่นสารเคมียุงลายบ้านมีอัตราการเข้ากัดเท่ากัน.875, 2.625 และ 9 เป็น 3.375, 0.375 และ 9.375 ต่อคนต่อชั่วโมง โดยมีการลดลง 30.77%, 85.71% และเพิ่ม 4.167% ตามลําดับ หลังจกพ่นสารเคมี 1 ครั้งแล้ว ยุงลายบ้านมีอัตราการเข้ากัดเฉลี่ย 125 + 0.624, 1.954 +0.54 และ 5.688 +1.633 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ตามลําดับ ซึ่งมีความแตกต่างกัน การพ่นสารเคมี แบบฝอยละออง(ULV)เพียง 1 ครั้งจะช่วยลดความหนาแน่นของยุงลายบ้านได้ผลดีกว่าอีก2 แบบ การเปรียบเทียบความหนาแน่นของยุงลายบ้านในพื้นที่พ่นสารเคมีแบบหมอกควัน พ่น สารเคมีแบบฝอยละออง(ULV) และพ่นสารเคมีแบบฝอยละอองติดรถยนต์ โดยการพ่น 2 ครั้ง พบว่าก่อนการและหลังการพ่นสารเคมี ครั้งที่1 ยุงลายบ้านมีอัตราการเข้ากัสท่ากับ 3.375, 1.5 และ 6 เป็น 2.625, 0.75 และ 6.75 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ตามลําดับ โดยมีการลดลง2.22%, 50,00% และ เพิ่มขึ้น12.5% หลังจากนั้น2 สัปดาห์ได้ทําการพ่นสารเคมีครั้งนี้ พบว่าอัตราการเข้ากัดของยุงลาย บ้านก่อนและหลังการพ่นครั้งที่2 จาก 3.375, 1.125 และ 4.125 เป็น 2.625, 0.75 และ 4.125 ตัวต่อ คนต่อชั่วโมง โดยมีการลดลง22.22%, 33.33% และ 0% ตามลําดับ หลังจากนั้นพบว่าอัตราการเข้า กัดของยุงลายบ้านเฉลี่ยเท่ากับ 2.37540.282, 0.969 -0.141 และ 4.129.1.340 ตัวต่อคนต่อชั่วโมง ตามลําดับ ซึ่งมีความแตกต่างกัน การพ่นสารเคมีแบบหมอกควันและพ่นสารเคมีแบบฝอยละออง (ULV)ให้ผลดีที่ใกล้เคียงกัน ส่วนการพ่นฝอยละอองติดรถยนต์ให้ผลที่ไม่ดี การทดสอบประสิทธิภาพของสารเคมีDeltamethrin 0.5% w/v โดยการทดสอบ แบบ Bio assay test กับยุงลายบ้าน Aedes aegypti) ระยะ F1 ที่เลี้ยงในห้องปฏิบัติการ ด้วยวิธีการ ของ WHO ปรากฏว่าการพ่นแบบหมอกควัน และแบบฝอยละออง(ULV) สามารถทําให้ยุงลายบ้าน ตายได้ 100 % ส่วนการพ่นแบบฝอยละอองติดรถยนต์ สามารถฆ่ายุงได้เพียง 60% ยุงลายบ้านยังมี ความไวต่อสารเคมี Deltamethrin 0.5% w/y อยู่ แต่วิธีการพ่นยังไม่ครอบคลุมได้เพียงพอ การพ่นสารเคมีแบบหมอกควันและแบบฝอยละออง สามารถควบคุมความ หนาแน่นของยุงลายบ้านได้ดีในชุมชนแออัด หลังจากพ่นแล้วสามารถลดความหนาแน่นของยุงลาย บ้านได้ในช่วงเวลา1-2 สัปดาห์ เท่านั้น การพ่นสารเคมีจึงเหมาะสําหรับกรควบคุมการแพร่ระบาด ของโรคไข้เลือดออก การควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายจึงเป็นมาตรการที่สําคัญที่จะช่วยลด ความหนาแน่นของยุงลายได้

Author

นายวิรัช วงศ์หิรัญรัชต์

Journal

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ 2552

Keywords

เปรียบเทียบ , เทศบาลนครสงขลา , ละออง , พ่นฝอยละอองติดรถยนต์ , ควบคุมยุงลายบ้าน , การพ่นหมอกควัน , Li

References

http://rir.nrct.go.th/drupal-ir/node/52733