โครงการสำรวจปริมาณฝุ่นในอากาศภายในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน

Abstract

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสํารวจปริมาณฝุ่นในบรรยากาศของพื้นที่จังหวัด เชียงใหม่และลําพูนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2548 ถึงมิถุนายน 2549 ฝุ่นในโครงการนี้แบ่งออกเป็น สองกลุ่ม กลุ่มแรกคือ PM10 ซึ่งทําการเก็บตัวอย่างพร้อมกันทั้ง 4 สถานีเก็บตัวอย่างด้วยความถี่ 3 วันครั้ง ครั้งละ 24 ชั่วโมง กลุ่มที่สองคืออนุภาคฝุ่น 5 ขนาดในบรรยากาศ อนุภาคฝุ่นที่มีขนาดใหญ่ กว่า PM10 (PM >10) จะถูกแยกไปเก็บไว้ใน PUF ชั้นบนสุดก่อนและชั้นถัด ๆ มาจะมีอนุภาค ระหว่างขนาด 2.5-10 ไมครอน (PM 2.5-10) 1.0-2.5 ไมครอน (PM1.0-2.5) 0.5-1.0 ไมครอน (PM0.5-1.0) และ 0.1-0.5 ไมครอน (PM 0.1-0.5) แยกอยู่ตามลําดับ ในการเก็บตัวอย่างอนุภาคฝุ่น 5 ขนาดนี้จะทําด้วยความถี่ 3 วันครั้ง ครั้งละ1 สถานีเก็บตัวอย่าง ตัวอย่างละ 12-24 ชั่วโมง หมุนเวียนกันไปเรื่อย ๆ จนครบ 4 สถานีแล้วเว้นระยะไป 5 วัน ก่อนจะเริ่มเวียนมาเก็บที่สถานีเดิม อีกในวันที่ 6 ซึ่งจะทําให้ได้ข้อมูลการกระจายของฝุ่นทุก 15 วัน ผลจากการศึกษาพบว่า ฤดูแล้งมีระดับ PM10 รายวันสูงกว่าฤดูอื่นๆ สถานีเก็บอากาศทั้งสี่ จุคในโครงการมีระดับ PM10 รายวันเกินค่ามาตรฐานคุณภาพอากาศ (120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์ เมตร) ในฤดูแล้ง โดยเฉพาะที่อําเภอสารภีและโรงเรียนยุพราชวิทยาลัยนั้นมีจํานวนวันที่ความ เข้มข้น PM10 เกินค่ามาตรฐานคิดเป็นร้อยละ 5.6 และ 4.0 ของจํานวนวันที่ทําการเก็บตัวอย่าง ทั้งหมด ถือว่าเป็นบริเวณที่ประสบปัญหาคุณภาพอากาศรุนแรงกว่าสถานีเก็บอากาศโรงพยาบาล เทศบาลนครเชียงใหม่และชุมชนไก่แก้วจังหวัด ลําพูน ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของความเข้มข้น PM10 ตลอดระยะเวลาการตรวจวัดของแต่ละสถานีตรวจวัด สามารถเรียงลําดับจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้คือ ที่ว่าการอําเภอสารภี - โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย > ชุมชนไก่แก้วจังหวัดลําพูน > โรงพยาบาลเทศบาลนครเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังพบว่าความเข้มข้นฝุ่นขนาดต่างๆต่อปริมาณฝุ่น รวมนั้นมีสัดส่วนที่คล้ายคลึงกันทุกฤดูกาลและทุกสถานีตรวจวัดดังนี้คือ PM > 10 :24-42% PM 2.5-10 : 21-34% PM1.0-2.5 : 13-20% PM 0.5-1.0 : 9-18% และ PM0.1-0.5 : 7-13% ตามลําดับ ที่ที่ว่าการอําเภอสารภีและชุมชนไก่แก้วจังหวัดลําพูนพบมีความเข้มข้น PM2.5สูงกว่า ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ USEPA (35 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) คิดเป็นร้อยละ 52 และ 44 ของจํานวนตัวอย่างทั้งหมด ผลดังกล่าวชี้ให้เห็นความรุนแรงของปัญหาคุณภาพอากาศ ในฤดูแล้งและความสําคัญของการตรวจวัดปริมาณ PM2.5 ในบรรยากาศรวมทั้งความจําเป็นในการ ตั้งสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศที่อําเภอสารภีและจังหวัดลําพูน ผลการวิเคราะห์สัดส่วน แหล่งกําเนิดโดยวิธีองค์ประกอบหลักสัมบูรณ์ (Absolute Principal Component Analysis : APCA) แสดงให้เห็นว่าโดยส่วนใหญ่มีแหล่งกําเนิดมาจากการเผาไหม้พืช วัสดุเหลือใช้ทาง การเกษตร ขยะ การจราจร และฝุ่นทุติยภูมิ ดังนั้นการลด ละ เลิกการเผาพืชและขยะในที่โล่งทุก ฤดูกาลและการป้องกันไฟป่าจึงถือเป็นหัวใจสําคัญในการลดความเข้มข้น PM10 ในอากาศบริเวณ จังหวัดเชียงใหม่และลําพูน อย่างไรก็ตามกรณีที่ต้องการลดความเป็นพิษของฝนอันเนื่องมาจาก PAHs นั้นพบว่าการเลิกเผาพืชและป้องกันไฟป่าเท่านั้นยังไม่เพียงพอ จําเป็นจะต้องมีมาตรการลด จํานวนยานพาหนะบนถนนตลอดจนปรับปรุงคุณภาพไอเสียยานพาหนะควบคู่กันไปด้วย

Author

รศ.ดร.ขจรศักดิ์ โสภาจารีย์

Journal

กองทุนสนับสนุนการวิจัย 2550

Keywords

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ -- วิจัย, คณะวิศวกรรมศาสตร์ -- วิจัย, มลพิษทางอากาศ -- เชียงใหม่, มลพิษทางอากาศ

References

https://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG4830010