อว. มอบเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM2.5 ให้ สธ. เฝ้าระวัง เตือนภัยสุขภาพประชาชน

5 มี.ค. 2564

กระทรวงสาธารณสุขรับมอบเครื่องตรวจวัดฝุ่น DustBoy 500 เครื่อง จากกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ใช้ระบบเซ็นเซอร์เทคนิคการกระเจิงแสงวัดได้ทั้งฝุ่น PM2.5 และ PM10 เตรียมติดตั้งในสถานบริการสาธารณสุข โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก สถานดูแลผู้สูงอายุ ขยายการเฝ้าระวังฝุ่นละอองขนาดเล็กในชุมชน ป้องกันผลกระทบสุขภาพได้ทันท่วงที

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 9 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย รับมอบเครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซนเซอร์ (DustBoy) จำนวน 500 เครื่อง จาก ศ.นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและเตือนความเสี่ยงสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัด อว. กล่าวว่า การแก้ปัญหาและรับมือ PM2.5 ถือเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งในมิติการสร้างและพัฒนานวัตกรรม อว. มอบหมาย วช. ในฐานะหน่วยงานบริหารงานวิจัยของประเทศ (PMU) สนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมตามแผนงานสำคัญของประเทศ กลุ่มเรื่อง PM2.5 เพื่อเสริมประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยมุ่งหวังให้ประเทศมีการจัดการคุณภาพอากาศที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของประเทศไทยในอนาคตให้มีความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และในวันนี้ ถือว่าเป็นการนำนวัตกรรมจากงานวิจัย “เครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วยระบบเซนเซอร์ (Dust Boy)” ไปใช้ประโยชน์จริงในการเฝ้าระวัง เตือนภัยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพของประชาชน

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. กล่าวถึง ความห่วงใยประชาชน และตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจากการเจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ทั้งโรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็ง อันเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร “เครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กด้วยระบบเซนเซอร์ (Dust Boy)” ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการนำไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพของการเฝ้าระวัง เพื่อสื่อสารแจ้งเตือนความเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งในระดับครอบครัวและชุมชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ประกอบด้วยประชาชนทุกกลุ่มวัยอาศัยอยู่รวมกัน ให้มีการดูแลป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่าโจทย์ท้าทายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย เพื่อเร่งสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม โดยเครื่อง DustBoy นี้ ถือเป็นนวัตกรรมจากงานวิจัยที่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ในการเฝ้าระวัง เตือนภัยสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เพื่อให้ประเทศมีการจัดการคุณภาพอากาศที่ดีต่อไป

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย และ รองศาสตราจารย์ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หัวหน้าโครงการวิจัย “การเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพอากาศด้วยเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และ PM 10 แบบเซนเซอร์ (DustBoy)” ได้ร่วมส่งมอบนวัตกรรม “เครื่องตรวจวัดฝุ่น DustBoy” ให้แก่ กรมอนามัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 500 เครื่อง ในการเฝ้าระวัง เตือนภัยสถานการณ์ฝุ่น PM2.5

เพื่อสุขภาพของประชาชน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องตรวจวัดฝุ่น DustBoy เป็นเครื่องวัดข้อมูลฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซ็นเซอร์ เชื่อมต่อข้อมูลด้วยระบบสถาปัตยกรรมเน็ตเวิร์คอัจฉริยะ สามารถวัดฝุ่น PM2.5 และ PM10 โดยเทคนิคการกระเจิงแสง (Light Scattering) เพื่อเฝ้าระวังฝุ่นละอองขนาดเล็ก ทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศ เพื่อการเฝ้าระวัง แจ้งเตือนประชาชนให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ PM 2.5 ได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ตามนโยบายของ อว.