เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรวงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมกาวิจัยแห่งชาติ นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่ และ รศ.ดร.ปิยะพงศ์ เนียมทรัพย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มช. ร่วมกันระดมความคิดเห็น ตามโครงการประเทศไทย ไร้หมอกควัน (HAZE Free Thailand ) ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว 


ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรวงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมกาวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าโครงการ HAZE FREE DAY 2018 นั้น วช.ได้สนันสนุนงานวิจัย เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน แต่งานวิจัยที่ผ่านมาเป็นการวิจัยขนาดเล็ก ที่เป็นลักษณะงานวิจัยแยกส่วน จึงทำให้ไม่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาในภาพใหญ่ระดับภูมิภาค และระดับประเทศได้ วช.จึงได้ริเริ่มโครงการวิจัยขนาดใหญ่ แบบบูรณาการ เพื่อให้เกิดการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ และบูรณาการองค์ความรู้จากสหสาขาวิชาการต่างๆ ที่ผลงานวิจัยมีความสำคัญพร้อมประยุกต์ใช้ได้


โดยการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ภายใต้แผนงานวิจัยตอบสนองต่อนโยบาบ เป้าหมายรัฐบาล โครงการวิจัยท้าทายไทยในหัวข้อ “ประเทศไทยไร้หมอกครัว (HAZE Free Thailand )” ในปีงบประมาณ 2559 เป็นต้นมา และมอบหมายให้ มช.เป็นแกนหลักร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานท้องถิ่น ในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ


การเกษตรในภาคประชาชน และสร้างอาชีพใหม่ๆ ที่ช่วยเสริมและทดแทนอาชีพเดิมที่ปลูก
พืชหมุนเวียนที่ต้องเผาวัสดุเหลือทิ้งทางเกษตร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดปัญหาหมอกควันทุกปี และปีนี้กลุ่มคลัสเตอร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ เข้ามาทำงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตลอดเป็นการแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรดิน 
การพัฒนาและอนุรักษ์ดิน ให้เป็นรูปธรรมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะ ซึ่ง วช.หวังว่าโครงการนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาหมอกควันในประเทศไทย ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต


นายวิรุฬ พรรณเทวี รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า HAZE FREE DAY 2018 ซึ่งจัดขึ้นโดยโครงการประเทศไทย ไร้หมอกควัน และโครงการลดปัญหาหมอกควัน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับ มช. เครือข่ายมิตรมหาวิทยาลัย เพื่อการวิจัย และโครงการวิจัยท้าทายไทย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช.


โครงการประเทศไทย ไร้หมอกควัน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณ จากสำนักงานคณะกรรมหารวิจัยแห่งชาติ ที่เป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่างเครือข่ายมหาวิทยาลัยวิจัย กับ มช.เป็นผู้ประสานงานหลัก ในการร่วมกันแก้ไขปัญหามลพิษหมอกควัน ในเขตพื้นที่ภาคเหนืออย่างยั่งยืน โดยอาศัยองค์ความรู้พื้นฐานงานวิจัย สัมคม และเทคโนโลยี ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในพื้นที่ 

โดยในปีนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ซึ่งได้ต่อยอดขยายผล และเพิ่มการติดตามการดำเนินงานแนวทางการปรับเปลี่ยนห้วงโซ่อุปทานทางการเกษตร เพื่อลดการพึ่งพาไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาค ตลอดจนพัฒนาเครื่องมือ และขยายแนวทางในการลดผลกระทบทางสุข ภาพ และสิ่งแวดล้อม จากปัญหาหมอกควันไปยังพื้นที่ศึกษาอื่นๆ เพื่อลดความเสียหายทางด้านสุขภาพเศรษฐกิจ และสังคมในพื้นที่ร่วมกับการบูรณาการ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ดิน น้ำ และป่าไม้ เพื่อการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืน


ด้าน รศ.ดร.ปิยะพงศ์ เนียมทรัพย์ ผู้ช่วยอธิการบดี มช. กล่าวว่า โครงการประเทศไทย ไร้หมอกควัน เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิตัย และโครงการลดปัญหาหมอกควันและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มช.กับโครงการไร้หมอกควัน ได้รับ   การสนับสนุนงบประมาณ จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาหมอกควัน ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเขตภาคเหนือ โดยอาศัยองค์ความรู้ทางการวิจัยและเทคโนโลยีแบบบูรณาการความร่วมมือ จากเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ตลอดจนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียภายในพื้นที่ เพื่อก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ จากทุกภาคส่วน ภาพรวมการดำเนินงานโครงการในปี 2560 ซึ่งเป็นปีแรกของโครงการประเทศไทย ไร้หมอกควัน ได้สร้างผลลัพธ์เป็นไปตามประเทศเป้าหมาย และแผนงานที่วางไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นผลเชิงรูปธรรมที่ชัดเจนต่อเนื่อง ในการดำเนินงานปีต่อไป ปัจจุบันนี้โครงการประเทศไทย ไร้หมอกควัน ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โครงการฯได้มีการปรับรูปแบบ และกระบวนการ ในการดำเนินด้วยนำข้อมูล และผลการดำเนินงานจากปีที่ 1 เป็นรากฐานในการดำเนินงานขยายผลทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อป็นแบบแผนการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการแก้ไขปัญหาหมอกควัน

ที่มา: https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/868848