หมอนักอนุรักษ์ย้ำฝุ่นควันเชียงใหม่ภัยร้ายแรง-จี้ทำระบบแจ้งเตือนเหมือนพยากรณ์อากาศ

1 เม.ย. 2561

ที่มา http://news1live.com/detail.aspx?NewsID=9610000032087


หมอนักอนุรักษ์ย้ำฝุ่นควันเชียงใหม่ภัยร้ายแรง-จี้ทำระบบแจ้งเตือนเหมือนพยากรณ์อากาศ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

หมอนักอนุรักษ์ย้ำฝุ่นควันเชียงใหม่ภัยร้ายแรง-จี้ทำระบบแจ้งเตือนเหมือนพยากรณ์อากาศ
ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ – หมอนักอนุรักษ์ที่เชียงใหม่ไม่เห็นด้วยมีการขัดขวางการทำกิจกรรมสวมหน้ากากอนามัยรณรงค์ปัญหามลพิษอากาศ ชี้เป็นสิทธิที่สามารถทำได้เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์สะท้อนสถานการณ์ปัญหา แต่ยอมรับทำแค่นี้ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเพราะเคยทำมาก่อน ย้ำฝุ่นละอองขนาดเล็กมีพิษภัยร้ายแรงต่อสุขภาพ เรียกร้องภาครัฐต้องมีระบบแจ้งเตือนที่ชัดเจนเชื่อถือได้เป็นประจำเหมือนพยากรณ์อากาศ และปรับใช้ตัวชี้วัดคุณภาพอากาศมาตรฐานเดียวกับองค์การอนามัยโลก โดยให้ห่วงคุณภาพชีวิตคนมากกว่าภาพลักษณ์การท่องเที่ยว
หมอนักอนุรักษ์ย้ำฝุ่นควันเชียงใหม่ภัยร้ายแรง-จี้ทำระบบแจ้งเตือนเหมือนพยากรณ์อากาศ
รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า วานนี้(30 มี.ค.61) เฟซบุ๊คชื่อ “Rungsrit Kanjanavanit” ซึ่งเป็นเฟซบุ๊คส่วนตัวของนายแพทย์รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ “หมอหม่อง” อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เคลื่อนไหวรณรงค์เรียกร้องการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าและมลพิษอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนมานานกว่า 10 ปี ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา https://www.facebook.com/rungsrit.kanjanavanit/posts/10204734330594546
       
       โดยมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากการหายใจสูดอากาศที่เป็นมลพิษและแสดงความเห็นกรณีที่การจัดกิจกรรมรณรงค์ด้วยการนัดรวมตัวกันสวมใส่หน้ากากอนามัยมีการยกเลิก รวมทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐมีการแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างชัดเจนถูกต้องเป็นระบบเชื่อถือได้ โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้คนมากกว่าการรักษาภาพลักษณ์ของเมืองและการท่องเที่ยว ตลอดจนเรียกร้อง ซึ่งโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและมีผู้เข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก
       
       วันนี้(31 มี.ค.61) นายแพทย์รังสฤษฎ์ เปิดเผยว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่า และมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นกับจังหวัดเชียงใหม่นั้น ไม่ใช่ปัญหาที่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดหน่วยงานเดียว จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะว่าเป็นปัญหา ที่มีความซับซ้อน และมีความเกี่ยวข้องในหลายมิติ
       
       ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือการที่การแก้ไขปัญหา ไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้มากเท่าที่ควร เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักว่า ปัญหานี้เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพ ไม่ใช่แค่ในระยะสั้นแต่เป็นในระยะยาวที่เกิดจากการหายใจสูดเอาอากาศ ที่มีฝุ่นควันขนาดเล็กเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง มีพิษทำให้เกิดการอักเสบของหลอดเลือด อีกทั้งยังอาจเป็นสาเหตุของการป่วยมะเร็งปอด,โรคหลอดเลือดหัวใจ รวมทั้งอาจทำให้เสียชีวิตได้ในทันที ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่ไม่สามารถปล่อยปละละเลยได้ เพราะในระยะยาวแล้วจะทำให้จำนวนผู้จะป่วยเพิ่มขึ้นและรัฐจะต้องเสียงบประมาณใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยมากกว่าที่จะใช้ป้องกันแก้ไขปัญหาหลายเท่า
       
       ส่วนการที่ผู้คนออกมาทำกิจกรรมเคลื่อนไหวรณรงค์นั้น เห็นว่าเป็นการสะท้อนให้เห็นสถานการณ์ปัญหาเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาและมีการแจ้งเตือนสถานการณ์ ทั้งนี้ส่วนตัวไม่เห็นด้วยหากภาครัฐเป็นห่วงภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวมากจนเกินไป เพราะมองว่าผู้คนควรได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับ สภาวะมลพิษทางอากาศเหมือนกับที่มีการรายงานพยากรณ์อากาศเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ผู้คนตื่นตัว เตรียมพร้อมในการดูแลสุขภาพและป้องกันตัวเอง ตลอดจนเกิดความตระหนัก และนำไปสู่การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจรและเข้มแข็ง โดยยืนยันว่าไม่อยากให้ห่วงภาพพจน์ของเมืองมากกว่าเป็นห่วงสุขภาพของผู้คน รวมทั้งไม่อยากให้ห่วงเรื่องบรรยากาศของการท่องเที่ยวแต่เพียงอย่างเดียว เพราะไม่อยากให้เห็นแก่เงินของนักเที่ยวสำคัญกว่าสุขภาพของนักเที่ยวที่จะเข้ามา
       
       สำหรับเรื่องที่จะมีการจัดกิจกรรมด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยรณรงค์ประเด็นปัญหามลพิษอากาศเมืองเชียงใหม่นั้น ถือเป็นการแสดงออก เชิงสัญลักษณ์ สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ของปัญหา และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว และตะหนักในการป้องกันดูแลสุขภาพและช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหา ตลอดจนเป็นการกระตุ้นให้ภาครัฐ ทำหน้าที่อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น
หมอนักอนุรักษ์ย้ำฝุ่นควันเชียงใหม่ภัยร้ายแรง-จี้ทำระบบแจ้งเตือนเหมือนพยากรณ์อากาศ
"ไม่เห็นด้วยหากมีการขัดขวางไม่ให้มีการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะเป็นสิทธิสามารถทำได้และจะเป็นเหมือนการส่งสัญญาณที่ผิดไปยังผู้คน อย่างไรก็ตามในฐานะที่เคยเคลื่อนไหวรณรงค์ในรูปแบบเดียวกันนี้มาก่อนตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา ยอมรับว่า การทำอย่างนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้"
       
       ทั้งนี้ยอมรับว่าเมื่อได้พบเจอ รับฟังและพูดคุยกับผู้คนที่เกี่ยวข้องอย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้นพบว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ได้ง่ายดายเสียทีเดียว ซึ่งปัญหาอย่างหนึ่งก็คือการแก้ไขปัญหา ยังไม่ได้ทำที่แก่นแท้ต้นเหตุของปัญหา เช่น ปัญหาที่เกิดจากนโยบายส่ง เสริมการปลูกพืชเชิงเดี่ยวของเอกชน หรือการร่วมมือระดับภูมิภาค เพราะฝุ่นควัน ไม่มีพรมแดน เป็นต้น นอกจากนี้ต้องยอมรับความจริงด้วยว่า ทุกคนต่างเป็นผู้ที่ร่วมกันก่อให้เกิดปัญหาขึ้นทั้งสิ้น ดังนั้นการแก้ไขปัญหา จึงจำเป็นต้องมีส่วนร่วมกันรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ผลักภาระให้เป็นของใครคนใดคนหนึ่งหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น
       
       ขณะที่ภาพรวมสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าและมลพิษอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้นั้น นายแพทย์รังสฤษฎ์ ยอมรับว่า ดีกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงได้อีกในปีต่อไปหากการแก้ไขปัญหายังไม่ได้ทำที่ต้นเหตุ ซึ่งมองว่าเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะต้องช่วยกันเป็นกระบอกเสียง เน้นย้ำว่าการได้หายใจสูดอากาศบริสุทธิ์ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐจะต้องปกป้องดูแล
       
       ซึ่งทุกวันนี้มองว่าผู้คนยังดูเหมือนถูกทอดทิ้งและละเลยสิทธิพื้นฐานในเรื่องนี้อยู่ ยกตัวอย่างเช่น ดัชนีคุณภาพอากาศ หรือค่ามาตรฐานละอองขนาดเล็กของประเทศไทย ที่ไม่ได้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับขององค์การอนามัยโลก โดยใช้เกณฑ์ค่าฝุ่นและดัชนีคุณภาพอากาศที่สูงกว่าถึง 2 เท่า ทั้งๆที่ไม่เคยมีข้อมูลการศึกษาวิจัยระบุยืนยันว่าคนไทยสามารถทนทานสภาวะมลพิษทางอากาศได้มากกว่าผู้คนในประเทศอื่นๆ ซึ่งอยากเรียกร้องให้มีการปรับมาใช้มาตรฐานเดียวกันกับองค์การอนามัยโลก