สสส. ผนึกกำลัง 10 หน่วยงาน ระดมกว่า 100 ภาคี เร่งหาทางออกปัญหามลพิษอากาศ หลังพบผู้ป่วยจากฝุ่น PM2.5 ทะลุ 12 ล้านคน

00 543

สสส. ร่วมกับ 10 หน่วยงานหลัก และเครือข่ายภาคีมากกว่า 100 องค์กร เตรียมจัดการประชุมระดับชาติ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และกำหนดแนวทางรับมือวิกฤตมลพิษทางอากาศ หลังข้อมูลล่าสุดในปี 2567 ระบุว่าคนไทยเจ็บป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับฝุ่นควันมากกว่า 12 ล้านราย เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้มีการแถลงข่าวความพร้อมการจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PM2.5 Forum #2) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 มกราคม 2569 ณ ห้อง Grand Diamond Ballroom อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นพ.พงษ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ประเทศไทยเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี สาเหตุสำคัญมาจากการเผาในที่โล่ง ภาคอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง รวมถึงหมอกควันข้ามพรมแดน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจของประชาชนในทุกภูมิภาค ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วยจากโรคที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 พบผู้ป่วยมากกว่า 12 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เกือบ 1 ล้านคน นอกจากนี้ยังพบพื้นที่เผาไหม้สะสมใน 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมกว่า 10 ล้านไร่ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องแก้ไขด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวเพิ่มเติมว่า สสส. ร่วมกับ 10 หน่วยงาน กำหนดจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ Thailand National PM2.5 Forum #2 ภายใต้แนวคิด “Transforming Systems Together : เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล ขับเคลื่อนอากาศสะอาดร่วมกัน” โดยมุ่งเชื่อมโยงข้อมูล วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย เปิดพื้นที่ปฏิบัติการ และร่วมกันออกแบบกลไกการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ

การประชุมครั้งนี้จะมีภาคีเข้าร่วมกว่า 100 องค์กร เพื่อร่วมกันผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการปฏิบัติการเชิงพื้นที่ และโมเดลการจัดการที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการผลักดันร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพของประชาชน ด้าน ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า แหล่งกำเนิดหลักของฝุ่นละออง PM2.5 ในประเทศไทย ได้แก่ การเผาในที่โล่ง ยานพาหนะ อุตสาหกรรม และหมอกควันข้ามแดน ซึ่งล้วนเป็นปัญหาเชิงระบบที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดการที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุม Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 จะเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการ ข้อมูล และความร่วมมือ ไปสู่การกำหนดทิศทางการทำงาน รวมถึงการพัฒนานโยบายและมาตรการที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษยังระบุว่า กรมฯ จะเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อการเฝ้าระวัง คาดการณ์ล่วงหน้า และแจ้งเตือนประชาชนอย่างรวดเร็วและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ควบคู่กับการนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และ AI มาสนับสนุนการทำงาน รวมถึงการปรับปรุงมาตรฐาน มาตรการ และกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อเป้าหมายร่วมในการทำให้อากาศสะอาดเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้ ขณะที่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กล่าวว่า ปัญหามลพิษทางอากาศเกิดขึ้นทั่วประเทศ แต่มีบริบทและสาเหตุแตกต่างกัน โดยเมื่อพิจารณาในเชิงพื้นที่ สาเหตุสำคัญยังคงเป็นการเผาในที่โล่งที่ยากต่อการควบคุม สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ปัญหาฝุ่นควันเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งยานพาหนะ การคมนาคมขนส่ง การก่อสร้าง และโรงงานอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีฝุ่นควันจากภาคเกษตรกรรมที่เกิดจากการเผาเศษซากพืชไร่และพืชนาในจังหวัดโดยรอบกรุงเทพฯ ซึ่งสภาลมหายใจกรุงเทพฯ ได้ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นายวีระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุม Thailand National PM2.5 Forum ครั้งที่ 2 จะเป็นเวทีความร่วมมือระดับชาติที่เชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักวิจัย ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคท้องถิ่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงจากข้อมูลจริง องค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเสียงของประชาชน ทั้งนี้ ปัญหา PM2.5 เป็นผลลัพธ์ของระบบที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การคมนาคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การใช้พลังงาน ความมั่นคงของมนุษย์ และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคม จึงจำเป็นต้องอาศัยการเปิดเผยข้อมูล การแลกเปลี่ยนความรู้ และความร่วมมือข้ามหน่วยงาน ข้ามพื้นที่ และข้ามพรมแดน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายร่วม คือการสร้างอากาศที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับทุกคน สำหรับการประชุมวิชาการระดับชาติ เรื่อง มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 มีหน่วยงานร่วมจัดทั้งหมด 11 องค์กร ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ มูลนิธิส่งเสริมการออกแบบอนาคตประเทศไทย และสภาลมหายใจกรุงเทพฯ โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมได้ผ่านเว็บไซต์ที่กำหนด

CCDC : Climate Change Data Center